วิธีแก้สะเก็ดเงินที่หู พร้อมรู้อาการสังเกต

สะเก็ดเงินที่หู เป็นโรคผิวหนังเรื้อรังที่พบได้บ่อย ซึ่งมักมาพร้อมอาการคัน ผื่นแดง และขุยลอก จนรบกวนชีวิตประจำวันและทำให้เสียความมั่นใจ หลายคนที่สงสัยว่า สะเก็ดเงินที่หูเกิดจากอะไร? วันนี้หมอจะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับสะเก็ดเงินที่หู ตั้งแต่สาเหตุ ไปจนถึงวิธีดูแลและป้องกันสะเก็ดเงินที่หูอย่างถูกวิธีค่ะ

สะเก็ดเงินที่หู คืออะไร

สะเก็ดเงินที่หู คือโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ ทำให้เซลล์ผิวหนังแบ่งตัวเร็วกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดผื่นแดง มีขุยสีขาวหรือเงิน และมักมีอาการคันร่วมด้วย พบได้ทั้งบริเวณใบหู หลังหู ขอบรูหู และบางรายอาจลุกลามเข้าไปในช่องหู

บทความแนะนำ :
สะเก็ดเงิน (Psoriasis) สาเหตุและอาการเริ่มแรก รักษาอย่างไร ติดต่อไหม

อาการสังเกตโรคสะเก็ดเงินที่หู

คนไข้ที่เป็นสะเก็ดเงินที่หู มักมีอาการคัน ผิวแห้ง ลอกเป็นขุย ผื่นแดง หรือผิวหนาตัวบริเวณใบหูและหลังใบหู บางรายอาจมีขุยลึกเข้าไปในช่องหู ทำให้รู้สึกอุดตัน ระคายเคือง หรือได้ยินไม่ชัด หากมีการเกาหรือมีการอักเสบรุนแรง อาจทำให้ผิวแตก เกิดแผล หรือมีเลือดซึมได้ค่ะ

สะเก็ดเงินที่หู เกิดจากสาเหตุอะไร?

สาเหตุสะเก็ดเงินที่หู
  • พันธุกรรม: ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นสะเก็ดเงิน ทำให้เสี่ยงเกิดโรคมากขึ้น
  • ความเครียด: ความเครียดสะสมสามารถกระตุ้นให้โรคกำเริบได้
  • การพักผ่อนไม่เพียงพอ: นอนน้อยหรือพักผ่อนไม่เต็มที่ ส่งผลทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
  • การระคายเคืองหรือเกาบริเวณหูบ่อย: การเกาหรือใช้ผลิตภัณฑ์ระคายเคืองผิวหู อาจทำให้ผื่นลุกลามได้
  • การติดเชื้อบางชนิด: เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส สามารถกระตุ้นให้โรคกำเริบ
  • สภาพอากาศแห้งหรือเปลี่ยนแปลงบ่อย: อากาศเย็น แห้ง หรือชื้นมากเกินไป เป็นตัวกระตุ้นทำให้ผิวหนังแห้งและสะเก็ดลอกง่าย

สะเก็ดเงินที่หู อันตรายไหม

โดยทั่วไปสะเก็ดเงินที่หูไม่อันตรายและไม่ติดต่อ แต่เป็นโรคเรื้อรังที่อาจกำเริบซ้ำได้ หากดูแลไม่เหมาะสม อาจเกิดการอักเสบ แผลแตก ขุยอุดตันในช่องหู ทำให้ได้ยินไม่ชัดหรือเสี่ยงติดเชื้อ จึงควรดูแลอย่างถูกวิธีและพบแพทย์เมื่อมีอาการรุนแรงหรือเป็นบ่อยค่ะ

7 วิธีแก้สะเก็ดเงินที่หู

การแก้ปัญหาสะเก็ดเงินที่หู

การดูแลสะเก็ดเงินที่หูควรทำอย่างสม่ำเสมอและอ่อนโยน เพื่อลดอาการคัน ลอก และป้องกันการกำเริบของโรคในระยะยาว หมอมีแนวทางการดูแลมาแนะนำดังนี้ค่ะ

1. หลีกเลี่ยงการเกาและแคะหู

การเกาหรือแคะหูบ่อย ๆ จะกระตุ้นให้ผิวเกิดการอักเสบมากขึ้น ทำให้ผื่นหนาและขุยลอกเพิ่ม รวมถึงเสี่ยงต่อการเกิดแผลและเลือดซึม โดยเฉพาะบริเวณช่องหูซึ่งเป็นจุดบอบบาง

ข้อดีของวิธีนี้

  • ลดการอักเสบของผิว
  • ลดโอกาสเกิดแผล
  • ป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน

2. ใช้มอยส์เจอไรเซอร์เพิ่มความชุ่มชื้น

ผิวที่แห้งจะทำให้ขุยลอกและอาการคันรุนแรงขึ้น การทามอยส์เจอไรเซอร์สูตรอ่อนโยน ไม่มีน้ำหอม หรือแอลกอฮอล์ บริเวณใบหูและหลังหูเป็นประจำ จะช่วยลดการแห้งลอกและเสริมเกราะป้องกันผิว

ข้อดีของวิธีนี้

  • ลดอาการแห้งและลอก
  • ช่วยให้ผิวนุ่มขึ้น
  • ลดอาการคัน

3. ใช้ยาทาภายนอกตามคำแนะนำแพทย์

คนไข้บางรายที่มีผื่น สะเก็ดหนา หรืออักเสบ แพทย์อาจพิจารณาให้ยาทาลดการอักเสบ ซึ่งควรใช้เฉพาะบริเวณและระยะเวลาที่แพทย์กำหนด เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงจากการใช้ยานานเกินไป

ข้อดีของวิธีนี้

  • ลดผื่นและสะเก็ดได้ตรงจุด
  • ช่วยควบคุมอาการกำเริบ
  • เห็นผลชัดเจนในระยะสั้น

4. ทำความสะอาดหูอย่างอ่อนโยน

ควรทำความสะอาดเฉพาะบริเวณภายนอกของหู ไม่ควรล้วงหรือแคะเข้าไปลึกในช่องหู และหลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาที่ทำให้ระคายเคือง เพราะอาจทำให้ผิวอักเสบมากขึ้นและกระตุ้นให้สะเก็ดเงินกำเริบ

ข้อดีของวิธีนี้

  • ลดการระคายเคืองของผิว
  • ป้องกันการอักเสบซ้ำ
  • ลดความเสี่ยงการติดเชื้อในช่องหู

5. หลีกเลี่ยงสารกระตุ้นและผลิตภัณฑ์ระคายเคือง

ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม เช่น แชมพู ยาย้อมผม หรือสเปรย์ผม อาจสัมผัสใบหูโดยไม่รู้ตัวและกระตุ้นผื่นได้ ควรเลือกผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยน และล้างออกให้สะอาดทุกครั้งหลังสระผม

ข้อดีของวิธีนี้

  • ลดปัจจัยกระตุ้นการกำเริบ
  • ป้องกันผื่นลุกลาม
  • ช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดีขึ้น

6. จัดการความเครียดและพักผ่อนให้เพียงพอ

ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอมีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของโรคสะเก็ดเงิน การผ่อนคลายและนอนหลับให้เพียงพอจะช่วยลดโอกาสการกำเริบของโรคได้

ข้อดีของวิธีนี้

  • ลดความเสี่ยงของการกำเริบ
  • ส่งเสริมสุขภาพผิวโดยรวม
  • ช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูดีขึ้น

7. พบแพทย์เมื่อมีอาการรุนแรงหรือเป็นบ่อย

ถ้าสะเก็ดเงินลึกเข้าไปในช่องหู อักเสบรุนแรง หรือดูแลเองแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์ผิวหนังหรือแพทย์หูคอจมูก เพื่อประเมินอาการและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

ข้อดีของวิธีนี้

  • ได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง
  • ป้องกันภาวะแทรกซ้อน
  • ควบคุมโรคได้อย่างปลอดภัยในระยะยาว

การป้องกันไม่ให้เป็นสะเก็ดเงินที่หู

  1. ดูแลผิวบริเวณหูให้มีความชุ่มชื้นเสมอ เพื่อลดโอกาสเกิดผิวแห้งหรือเป็นขุย
  2. หลีกเลี่ยงการแคะ แกะ เกา หรือถูที่บริเวณหูแรง ๆ
  3. ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมสูตรอ่อนโยน เพื่อลดโอกาสเกิดการระคายเคือง
  4. หลีกเลี่ยงสารกระตุ้นต่าง ๆ เช่น ความเครียด หรือ การพักผ่อนไม่เพียงพอ
  5. รักษาความสะอาดบริเวณหูอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรล้วงลึกเข้าไปในบริเวณช่องหู

ทำไมควรเลือกรักษาสะเก็ดเงินที่หู กับคลินิกผิวหนัง ลลิษา

การรักษาสะเก็ดเงินที่หูที่คลินิกผิวหนังลลิษา
  • ดูแลโดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง: วินิจฉัยและรักษาโดยแพทย์ผิวหนังที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เหมาะกับโรคสะเก็ดเงินซึ่งเป็นโรคผิวหนังเรื้อรังจากระบบภูมิคุ้มกัน
  • วินิจฉัยและปรับแผนให้เหมาะสมกับคนไข้: แพทย์จะทำการวินิจฉัยและปรับแผนการรักษาให้เหมาะสมกับสภาพผิวและอาการของคนไข้
  • โปรแกรมรักษาแบบครบ จบในที่เดียว: โดยมีทั้งโปรแกรมการรักษาเฉพาะจุด ยาทา ยารับประทาน หรือการรักษาเสริม เช่น การฉายแสง
  • มีหลายสาขา เดินทางสะดวก: ทำให้สามารถรักษาได้อย่างต่อเนื่องและคุมอาการได้ดีขึ้น เหมาะกับโรคที่ต้องติดตามผลระยะยาว
  • ให้คำปรึกษาและติดตามผลอย่างใกล้ชิด: มีการประเมินอาการ ปรับแผนการรักษาเฉพาะบุคคล ช่วยควบคุมอาการอักเสบ ลดโอกาสเกิดอาการกำเริบ และสามารถติดตามผลได้ในระยะยาว

(FAQ) คำถามที่ถามบ่อย

รักษาโรคสะเก็ดเงินที่หู ที่ไหนดี?

ควรรักษากับคลินิกผิวหนังหรือโรงพยาบาลที่มีแพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง เนื่องจากสะเก็ดเงินเป็นโรคผิวหนังเรื้อรังจากระบบภูมิคุ้มกัน แพทย์เฉพาะทางจะสามารถวินิจฉัยได้ถูกต้อง และวางแผนการรักษาให้เหมาะกับตำแหน่งหูซึ่งเป็นบริเวณบอบบาง

สะเก็ดเงินที่หูติดต่อกันได้ไหม?

สะเก็ดเงินที่หูไม่ใช่โรคติดต่อ ไม่สามารถแพร่จากคนสู่คนผ่านการสัมผัส ใช้ของร่วมกัน หรือใกล้ชิดกันได้ เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคค่ะ

ใครมีโอกาสเป็นโรคสะเก็ดเงินที่หูมากที่สุด?

มักเป็นผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคสะเก็ดเงิน มีความเครียดหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมถึงผู้ที่ผิวแห้งหรือมีการระคายเคืองบริเวณหูบ่อย ๆ นอกจากนี้ ผู้ที่เคยเป็นสะเก็ดเงินในบริเวณอื่นมาก่อน หรือมีภาวะภูมิคุ้มกันแปรปรวน ก็มีความเสี่ยงเกิดโรคได้สูงกว่าคนทั่วไปค่ะ

สะเก็ดเงินที่หูรักษาให้หายขาดได้ไหม?

ปัจจุบันโรคสะเก็ดเงินที่หูยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เนื่องจากเป็นโรคผิวหนังเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน แต่สามารถควบคุมอาการให้สงบ ลดผื่น คัน และขุยลอก รวมถึงยืดระยะการกำเริบได้

สะเก็ดเงินที่หูจะหายเองได้ไหม?

โดยทั่วไปสะเก็ดเงินที่หูมักไม่หายเองถาวร อาการอาจดีขึ้นชั่วคราวในบางช่วง แต่มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้

สรุป

สะเก็ดเงินที่หูเป็นโรคผิวหนังเรื้อรังที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดผื่นแดง คัน และขุยลอกบริเวณใบหูหรือในช่องหู อาการอาจกำเริบเป็น ๆ หาย ๆ หากมีปัจจัยกระตุ้น เช่น ความเครียดหรือการระคายเคือง การสังเกตอาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและดูแลผิวอย่างถูกวิธี จะช่วยลดความรุนแรงของโรคและลดความเสี่ยงติดเชื้อได้

หากคนไข้มีอาการสงสัยว่าจะเป็นสะเก็ดเงินที่หู หรือเป็นซ้ำบ่อย ดูแลเองแล้วไม่ดีขึ้น คลินิกผิวหนังลลิษา พร้อมดูแลโดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง วินิจฉัยอย่างตรงจุด และวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อช่วยควบคุมอาการ ลดการกำเริบ และดูแลผิวอย่างปลอดภัยในระยะยาวค่ะ

แหล่งอ้างอิงเกี่ยวกับสะเก็ดเงินที่หู

clevelandclinic. Psoriasis in Ears: Symptoms, Causes & Treatment.
https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/24942-psoriasis-in-ears

PMC. The Challenges of Managing Psoriasis on the Ear.
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11495167/

healthline. Psoriasis in Ears: Symptoms, Pictures, Treatment, and More. Medically reviewed by Joan Paul, MD, MPH, DTMH — Written by The Healthline Editorial Team. Updated on September 9, 2024.
https://www.healthline.com/health/psoriasis/psoriasis-in-the-ears

บทความโดย

ลลิษาคลินิก : คลินิกรักษาสิว ดูแลโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านผิวหนัง (ตจวิทยา) ที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลปัญหาผิว

ใครที่กำลังเผชิญปัญหาผิวหน้า เป็นสิว ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ สามารถเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้มากประสบการณ์ด้านผิวหนังที่คลินิกผิวหนัง ลลิษา ได้ ฟรี!! ทุกสาขา