สิวเห่อ คืออะไร? รู้สาเหตุและวิธีรักษาป้องกันไม่ให้สิวขึ้นเต็มหน้า

สิวเห่อ คืออะไร หามาหาคำตอบกับแพทย์ผิวหนัง

สิวเห่อ

สิวเห่อเป็นปัญหาผิวที่หลายคนต้องเผชิญว่าสิวเห่อต้องแก้ยังไงดี? การรู้สาเหตุที่แท้จริงจะช่วยให้เราสามารถป้องกันและรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งโดยเฉพาะในช่วงที่ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลงหรือเมื่อเผชิญกับความเครียด

และในบทความนี้เราจะพาคนไข้ไปสำรวจว่าเกิดจากอะไรบ้าง และแก้ยังไงดีและการป้องกันไม่ให้ลุกลามทั่วใบหน้า มาร่วมค้นหาวิธีที่จะทำให้ผิวหน้าของคุณกลับมาเรียบเนียนและสุขภาพดีอีกครั้งกัน

สิวเห่อ คืออะไร ?

สิวเห่อ คือ การเกิดสิวบนใบหน้าในลักษณะที่กระจายตัวเป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาะหน้าผาก แก้ม คาง และกรอบหน้า มักเกิดขึ้นพร้อมกันหลาย ๆ จุดบนใบหน้าและอยู่ใกล้เคียงกัน ทำให้ผิวหน้าดูมีสิวขึ้นอย่างหนาแน่น และมักมีลักษณะเป็นตุ่มแดงหรือสิวอักเสบที่มีหนอง อาจมีอาการเจ็บหรือคันร่วมด้วยได้ 

สาเหตุสิวเห่อ เกิดจากอะไร ?

สาเหตุการเกิดสิวเห่อ
  1. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่น, ช่วงมีประจำเดือน, ช่วงตั้งครรภ์ หรือมีภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (Polycystic ovarian syndrome; PCOS) ทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้น น้ำมันส่วนเกินนี้สามารถอุดตันรูขุมขนและทำให้เกิดสิวเห่อได้

  1. ความเครียดในทุกๆวัน

ความเครียดสามารถกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้น ส่งผลให้รูขุมขนอุดตันและเกิดสิวเห่อ ความเครียดที่สะสมยังส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้การฟื้นฟูผิวช้าลง

  1. จากการนอนไม่ตรงเวลา

การนอนไม่ตรงเวลาหรือการนอนหลับไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนและสารเคมีที่ทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้น การพักผ่อนไม่เพียงพอยังส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ทำให้ผิวฟื้นฟูตัวเองได้ไม่ดี

  1. การรับประทานอาหาร ที่มีน้ำตาลสูง

การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูงสามารถกระตุ้นการผลิตอินซูลิน ซึ่งมีผลทำให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น ทำให้รูขุมขนอุดตันและชนิดอาหารที่ควรเลี่ยงในช่วงนี้ มีดังนี้

  • ขนมหวาน เช่น เค้ก, คุกกี้ และขนมขบเคี้ยวที่มีน้ำตาลสูง
  • เครื่องดื่ม เช่น น้ำอัดลม, ชานมไข่มุก และน้ำผลไม้ที่เติมน้ำตาล
  • ช็อกโกแลต ช็อกโกแลตที่มีส่วนผสมของน้ำตาลสูง
  • อาหารแปรรูป เช่น ขนมขบเคี้ยว, ซีเรียลบาร์ และอาหารสำเร็จรูป
  1. การรักษาความสะอาดของใบหน้า

การรักษาความสะอาดของใบหน้าไม่เพียงพอหรือไม่ถูกวิธี ทำให้สิ่งสกปรกและน้ำมันสะสมอยู่ในรูขุมขน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดสิวเห่อ

  1. การล้างหน้าผิดวิธี

การล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสม หรือการล้างหน้าบ่อยเกินไป สามารถทำให้ผิวสูญเสียน้ำมันธรรมชาติที่จำเป็น ส่งผลให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้นและเกิดสิวเห่อ

  1. การใช้ยาบางชนิด

ยาบางชนิด เช่น ยาสเตียรอยด์, ยาลิเธียม, ยากันชัก, ยาคุมกำเนิด หรือยาที่มีฮอร์โมน สามารถกระตุ้นการผลิตน้ำมันและทำให้เกิดสิวเห่อได้

  1. การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ไม่เหมาะสม

การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรืออุดตันรูขุมขน เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำมันหรือสารเคมีที่รุนแรง อาจทำให้เกิดสิวเห่อได้

  1. การสัมผัสใบหน้าบ่อย ๆ

การสัมผัสใบหน้าบ่อยๆ ด้วยมือที่ไม่สะอาด หรือการใช้โทรศัพท์มือถือที่มีเชื้อแบคทีเรีย สามารถนำพาสิ่งสกปรกเข้าสู่รูขุมขนและทำให้เกิดสิวอุดตันและสิวอักเสบ

  1. การใส่หน้ากากอนามัย

การใส่หน้ากากอนามัยตลอดทั้งวัน ทำให้เกิดการสะสมของเหงื่อและน้ำมัน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผิวระคายเคืองและเกิดสิวเห่อ

  1. การที่ผิวขาดน้ำ

การดื่มน้ำไม่เพียงพอและการบำรุงผิวไม่เพียงพอ ปล่อยให้ผิวขาดน้ำ ร่างกายจะผลิตน้ำมันออกมาเพื่อทดแทนความชุ่มชื้นที่หายไป ซึ่งน้ำมันเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดการอุดตันในผิว

  1. ปัจจัยสภาพแวดล้อม

ฝุ่นละออง มลภาวะ และสิ่งสกปรกในอากาศสามารถเกาะติดผิวหน้า ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนและการสัมผัสกับสภาพแวดล้อมที่ไม่สะอาดและมีมลภาวะสูงก็มีส่วนทำให้สิวเห่อเพิ่มมากขึ้นอีกเช่นกัน

สิวเห่อ มีลักษณะและอาการเป็นอย่างไร ?

สิวเห่อมีลักษณะเป็นอย่างไร

สิวเห่อ มีลักษณะที่แตกต่างจากสิวทั่วไป เนื่องจากมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและกระจายตัวเป็นบริเวณกว้าง ปรากฏเป็นกลุ่มใหญ่ มีจำนวนมาก และเกิดขึ้นในบริเวณใกล้เคียงกัน สิวเห่อสามารถมีลักษณะเป็นสิวได้หลายรูปแบบ ทั้งสิวหัวหนอง, สิวไม่มีหัว, สิวแดง, สิวอักเสบ, สิวอุดตัน หรือเม็ดเล็ก ๆ ที่คล้ายสิวผด (Acne Aestivalis) โดยมักเกิดขึ้นเต็มใบหน้าในช่วงอากาศร้อน

สิวเห่อ เกิดขึ้นในส่วนใดของหน้าได้บ้าง ?

สิวเห่อขึ้นตำแหน่งไหนบ้าง

สิวเห่อเป็นปัญหาผิวที่เกิดได้ทั่วทั้งหน้า โดยมักจะเกิดบริเวณที่มีต่อมไขมันมาก ซึ่งทำให้ผิวหน้าเกิดการอุดตันและการอักเสบได้ง่าย โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นบริเวณดังนี้

  1. สิวเห่อบริเวณแก้ม
  2. สิวเห่อบริเวณหน้าผาก
  3. สิวเห่อบริเวณคาง
  4. สิวเห่อบริเวณจมูก
  5. สิวเห่อบริเวณรอบปาก

เป็นสิวเห่อ ใช้อะไรดี ?

หากสิวเห่อ ใช้อะไรดี? แนะนำใช้เรตินอยด์ (Retinoids) เพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดการอุดตันของรูขุมขน ใช้เบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) เพื่อช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว ใช้กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) เพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและเปิดรูขุมขนที่อุดตัน

ซึ่งหากไม่ดีขึ้นหรือมีอาการอักเสบรุณแรง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง เพื่อรับคำแนะนำหรือการรักษาที่เฉพาะบุคคลมากขึ้น

วิธีรักษาสิวเห่อ

สิวเห่อ รักษาอย่างไรดี

สิวเห่อเป็นปัญหาผิวที่ต้องการการดูแลและควรรักษาสิวเห่ออย่างถูกวิธี เพื่อให้ผิวหน้ากลับมาเรียบเนียนและสุขภาพดีอีกครั้ง โดยมีวิธีรักษาได้ดังนี้

  1. รักษาด้วยการเลเซอร์สิว
    การรักษาสิวเห่อด้วยเลเซอร์ในปัจจุบัน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยลดการอักเสบ ซึ่งอาจจะมีผลข้างเคียงเล็กน้อยเช่นผิวแห้งหรือลอกหลังจากเลเซอร์ และการทำเลเซอร์รักษาสิวต้องเลือกคลินิกที่มีมาตรฐานและควรดูแลผิวอย่างเหมาะสม เพื่อผลลัพธ์ที่ดี
  2. รักษาด้วยยาปฏิชีวนะ (Antibiotics)
    ในกรณีที่สิวเห่อมีการอักเสบรุนแรง แพทย์อาจสั่งยาปฏิชีวนะเพื่อช่วยลดการอักเสบและฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
  3. ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง
    หากไม่ดีขึ้นหรือมีการอักเสบรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสม เช่น การใช้ยาปฏิชีวนะ หรือการรักษาด้วยเลเซอร์

มีวิธีป้องกันอย่างไรบ้าง

ดูแลผิวหน้าอย่างเหมาะสม

การดูแลผิวหน้าอย่างเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันสิวเห่อ ทั้งช่วยลดการเกิดการอุดตันของรูขุมขน และยังขจัดแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุก่อให้เกิดสิว

  • ล้างหน้าสม่ำเสมอ

การล้างหน้าเป็นประจำวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยนและเหมาะสมกับสภาพผิว จะช่วยขจัดสิ่งสกปรก น้ำมัน และเชื้อแบคทีเรียที่อาจทำให้เกิดสิว

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า

การสัมผัสใบหน้าบ่อยๆ สามารถนำเชื้อแบคทีเรียและสิ่งสกปรกเข้าสู่ผิว ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนและสิวอักเสบได้ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าโดยไม่จำเป็น

พักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนหลับอย่างเพียงพออย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน จะช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูและลดการอักเสบของผิว การนอนหลับเพียงพอยังช่วยรักษาสมดุลของฮอร์โมน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดการเกิดสิว

ลดการบริโภคอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง

การบริโภคอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง สามารถกระตุ้นการผลิตน้ำมันในผิว ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนและสิวอักเสบ ควรหลีกเลี่ยงขนมหวาน น้ำอัดลม ช็อกโกแลต และอาหารแปรรูปที่มีน้ำตาลและไขมันสูง

การเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเครื่องสำอาง

  • ใช้เครื่องสำอางที่เหมาะสม

เลือกใช้เครื่องสำอางที่ระบุว่า “non-comedogenic” หรือไม่ก่อให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน และควรทำความสะอาดเครื่องสำอางอย่างหมดจดทุกครั้งก่อนนอน

  • เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสม

เลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสมกับสภาพผิว และมีส่วนผสมที่ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากน้ำมันและสารเคมีรุนแรง

ใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะสม

การใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน (“non-comedogenic”) จะช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวโดยไม่ทำให้ผิวมันเกินไป

ใช้ครีมกันแดดที่ไม่ก่อให้เกิดสิว

แสงแดดมีส่วนในการกระตุ้นให้ผิวเกิดสิวเห่อขึ้นได้ เพราะแสงแดดจะกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมามาก และเกิดการอุดตันตามมา การใช้ครีมกันแดดที่ไม่ก่อให้เกิดสิว (non-comedogenic) จะช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV โดยไม่ทำให้รูขุมขนอุดตัน และควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF เหมาะสมและไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน

เปลี่ยนปลอกหมอนและเครื่องนอนบ่อย ๆ

เปลี่ยนปลอกหมอนและเครื่องนอนอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรคและสิ่งสกปรกที่อาจทำให้เกิดสิว

หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีรุนแรง

หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือสารที่ทำให้ผิวแห้งเกินไป เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองและเกิดสิวได้

รักษาสมดุลฮอร์โมน

การรักษาสมดุลฮอร์โมนโดยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ และการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผักผลไม้ และการพักผ่อนให้เพียงพอ

ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ

การดูแลเส้นผมและหนังศีรษะโดยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหน้า และหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์แต่งผมที่มีส่วนผสมของน้ำมันใกล้กับใบหน้า

หลีกเลี่ยงการใส่หน้ากากอนามัยที่ไม่สะอาด

การเปลี่ยนหน้ากากอนามัยบ่อยๆ และเลือกใช้หน้ากากที่ทำจากวัสดุที่ระบายอากาศได้ดี เพื่อลดการสะสมของเหงื่อและน้ำมัน

ป้องกันการอุดตันของรูขุมขน

ใช้สครับหรือผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและป้องกันการอุดตันของรูขุมขน

เมื่อสิวเห่อหน้าควรดูแลผิวอย่างไรดี

หลีกเลี่ยงการบีบสิวหรือแกะสิวเนื่องจากจะทำให้การอักเสบแย่ลง และอาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นหรือหลุมสิวตามมาได้ และควรหลีกเลี่ยงสกินแคร์ที่รุนแรง ให้เลือกผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่อ่อนโยนและเหมาะสมกับสภาพผิว และไม่แนะนำให้แต่งหน้าหนัก ๆ ในช่วงมีสิวเห่อ

สรุป 

สิวเห่อเป็นปัญหาผิวที่หลายคนต้องเผชิญ มักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและกระจายตัวเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อความมั่นใจและสุขภาพผิวของเราได้ สาเหตุของสิวเห่อมีหลายประการ ทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกจากสภาพแวดล้อม เช่น มลภาวะและฝุ่นละออง การรู้จักสาเหตุและการป้องกันสิวเห่อเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราดูแลผิวหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

การดูแลผิวหน้าอย่างถูกวิธีและการปฏิบัติตามวิธีการที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดสิวเห่อ ทำให้ผิวหน้าของเรากลับมาเรียบเนียนและสุขภาพดีอีกครั้งนอกจากนี้หากสิวเห่อไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสม

บทความโดย

ลลิษาคลินิก : คลินิกรักษาสิว ดูแลโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านผิวหนัง (ตจวิทยา) ที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลปัญหาผิว

ใครที่กำลังเผชิญปัญหาผิวหน้า เป็นสิว ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ สามารถเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้มากประสบการณ์ด้านผิวหนังที่ลลิษาคลินิกได้ ฟรี!! ที่ตั้งคลินิก เซ็นทรัลพระราม 9 ชั้น 9 (ติดบันไดเลื่อน)