4 สาเหตุเกิดสิวหิน รักษายังไง หายเองได้ไหม

สาเหตุสิวหิน ตำแหน่งเกิด การรักษาสิวหิน

ปัญหาสิวหิน เป็นปัญหาผิวที่มีลักษณะเป็นตุ่มขนาดเล็ก และแข็ง สีขาวหรือสีเดียวกับผิว มักพบขึ้นบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะรอบดวงตา ใต้ตา

หลาย ๆ คนอาจเข้าใจว่า สิวหิน เป็นสิวอุดตันทั่วไป แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ค่ะสิวสองประเภทนี้มีลักษณะและสาเหตุแตกต่างกันเลยค่ะ จึงควรแยกให้ออกก่อนเลือกวิธีรักษาสิวหิน

เนื้อหาวันนี้คลินิกรักษาสิวจะพามาทำความเข้าใจว่า สิวหินคืออะไร? เกิดจากอะไร? รักษายังไง? และสามารถป้องกันได้หรือไม่ สุดท้ายสิวหินหายเองได้ไหม

Key Takeaways

  • สิวหิน คือเนื้องอกของท่อเหงื่อที่ไม่เป็นอันตราย มีลักษณะเป็นตุ่มแข็งขนาดเล็ก
  • สิวหินต่างจากสิวข้าวสารตรงที่สิวหินเกิดจากท่อเหงื่อ ส่วนสิวข้าวสารเกิดจากการสะสมของเคราตินใต้ผิวหนัง
  • สิวหินเกิดจากกรรมพันธุ์ อายุที่มากขึ้นของผู้คน และการทำงานผิดปกติของต่อมเหงื่อ
  • รักษาสิวหิน สามารถทำได้ด้วยการเลเซอร์สิวหิน การจี้ไฟฟ้าใส่สิวหิน หรือการใช้ความเย็น
  • การป้องกันไม่ให้เป็นสิวหินเน้นการทำความสะอาดผิวอย่างถูกวิธีและการเลี่ยงแสงแดด

สิวหิน คืออะไร?

สิวหิน ภาษาอังกฤษ Syringoma คือเนื้องอกที่เกิดจากท่อเหงื่อหรือต่อมเหงื่อของเรา ถึงแม้ว่าสิวหินจะไม่เป็นอันตราย เพราะไม่ใช่เนื้อร้าย แต่ก็สร้างความกังวลใจให้กับหลาย ๆ คนไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งสิวหินเป็นสิวที่ค่อนข้างจะใช้เวลานานมาก ๆ ในการที่จะหายไปได้เองตามธรรมชาติ บางทีอาจจะนานเป็นสิบ ๆ ปี เลยทำให้สิวชนิดนี้ถูกเรียกว่า “สิวหิน” นั่นเอง

สิวหิน โดยหมอตาล พญ. อัญชิสา กาญจโนมัย ​ว. 38003

ลักษณะสิวหินเป็นยังไง

หลายคนคงรู้สึกเซ็งกับลักษณะสิวหินไม่น้อย เพราะลักษณะสิวหินมักเป็นตุ่มนูนแข็งขนาดเล็ก สีขาวขุ่น เนื้อ ๆ หรือเหลือง ๆ ขนาดประมาณ 1-3 มิลลิเมตร ไม่มีอาการเจ็บหรือคัน แต่เมื่อสัมผัสจะรู้สึกถึงก้อนแข็ง ๆ ใต้ผิวหนัง

สิวหินเกิดจากอะไร

สิวหินเกิดจากการทำงานผิดปกติของต่อมเหงื่อและปัจจัยทางร่างกายของแต่ละบุคคลแต่ละเพศแต่ละวัย โดยสามารถแบ่ง 4 สาเหตุเกิดสิวหิน ดังนี้ค่ะ

1. สิวหินปฐมภูมิ: เกิดจากเส้นใยเคราตินและไขมันที่สะสมรวมตัวกันใต้ผิวหนังจนกลายเป็นสิวหัวปิด มักจะพบที่ตา หน้าผาก จมูก หรืออวัยวะเพศ สิวหินชนิดนี้อาจหายเองได้ แต่บางครั้งก็อาจใช้เวลานานหลายเดือน

2. สิวหินในวัยหนุ่มสาว: อาจมีสาเหตุมาจากอาการเจ็บป่วย เช่น มะเร็งผิวหนัง หรือความผิดปกติทางพันธุกรรม

3. สิวหินชนิดแบนราบ: เกิดจากการติดเชื้อที่ลุกลามบนผิวหนัง อาจเกี่ยวข้องกับโรคผิวหนังบางชนิด มักพบในผู้หญิงวัยกลางคนอายุ 30-60 ปี บริเวณหลังหู ใต้ตา รอบตา แก้ม และกรามค่ะ

4. สิวหินชนิดบาดแผล: เกิดจากผิวหนังได้รับบาดเจ็บ เช่น ผิวหนังอักเสบ แผลไฟไหม้ หรือการเสียดสีซ้ำ ๆ ทำให้รูขุมขนและต่อมไขมันถูกรบกวน มักพบที่หลังมือและนิ้วมือ ️

เกิดบริเวณไหนได้บ้าง

ตัวอย่างสิวหินใต้ตา
  • สิวหิน ใต้ตา: สิวหินใต้ตาบริเวณนี้พบได้บ่อยที่สุด เพราะผิวหนังใต้ตาบางและมีต่อมเหงื่อหนาแน่น หากถามว่าสิวหินใต้ตารักษายังไง? สามารถดูวิธีเอาสิวหินใต้ตาออก ได้ที่วิธีด้านล่างเลยค่ะ
  • สิวหิน เปลือกตา: มักขึ้นเป็นตุ่มเล็ก ๆ กระจายตัวบนเปลือกตาบน ทำให้เวลาหลับตาหรือแต่งตาจะเห็นเป็นตุ่มนูนชัดเจน
  • สิวหิน จมูก: พบได้บริเวณปีกจมูกหรือสันจมูก มักมีสีเหลืองอ่อนและมีลักษณะแข็งกว่าสิวอุดตันทั่วไป
  • สิวหิน หน้าผาก: จะขึ้นเป็นกลุ่มก้อนขนาดเล็ก ทำให้ผิวหน้าผากดูขรุขระ ไม่เรียบเนียนเวลาสะท้อนแสง *เกร็ดเพิ่มเติม ที่บริเวณหน้าผากยังมีสิวชนิดอื่นๆที่ขึ้นบ่อย คนไข้สามารถดูสิวที่หน้าผาก เพิ่มเติมได้เลยค่ะหมอให้ข้อมูลไว้แล้ว

สิวหินอันตรายหรือไม่?

อันตรายจากสิวหิน

ถึงแม้ว่าสิวหินจะไม่เป็นอันตราย แต่ถ้าใครที่มีสิวหินขึ้นเยอะ หรือรู้สึกไม่มั่นใจ ก็สามารถปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสมได้ ต่อไปมาดูวิธีรักษาสิวหินกันค่ะ

5 วิธีรักษาสิวหิน

5 การรักษาสิวหิน

สิวรักษายังไง? การรักษาสิวหินในปี2026มีหลายวิธีเลยค่ะ แต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป สิ่งสำคัญคือการเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละคน โดยมีวิธีรักษาดังต่อไปนี้

1. การกดสิวหิน

รักษาสิวหินด้วยการกด จะใช้เข็มสะกิดแล้วใช้ที่กดสิวกดหัวสิวออกมา เป็นวิธีที่ง่ายและทำได้เอง แต่ต้องระมัดระวังเรื่องความสะอาด อาจทำให้เกิดการอักเสบหรือเป็นแผลเป็นได้ง่าย หากไม่ชำนาญ ไม่แนะนำให้กดเอง หากต้องการกดสิวหิน ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อให้แพทย์ช่วยกดอย่างถูกวิธีและปลอดภัย อ่านบทความเพิ่มเติม: กดสิวอันตรายไหม

  • วิธีนี้เหมาะกับใคร : เหมาะกับคนไข้ที่มีสิวหินในระดับความรุนแรงน้อย มีจำนวนตุ่มไม่มาก และเม็ดสิวต้องอยู่ในชั้นผิวที่ไม่ลึกจนเกินไปเพื่อให้กดออกได้ง่าย
  • ข้อดี : เป็นวิธีที่จัดการได้รวดเร็ว เห็นผลทันทีหลังทำเสร็จ และมีค่าใช้จ่ายในการรักษาไม่สูง

2. การรักษาสิวหินด้วยเลเซอร์ CO2

การเลเซอร์สิวหิน ใช้ เลเซอร์ CO2 เปิดหัวสิวก่อน แล้วแพทย์จะกดสิวออก สามารถลดโอกาสเกิดแผลเป็นน้อยกว่าการกดสิวเอง เจ็บน้อยกว่าและช้ำน้อยกว่า ซึ่งเลเซอร์ CO2 มีความแม่นยำสูง สามารถเลือกตำแหน่งในการยิงเลเซอร์ได้ตามต้องการ และกำจัดสิวหินได้อย่างรวดเร็ว ราคาเริ่มต้นของการรักษาสิวหินด้วยเลเซอร์ CO2 อยู่ที่ 890 บาท อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทำเลเซอร์ และดูแลผิวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดหลังทำเลเซอร์

  • สิวหิน เลเซอร์ ราคา : รักษาสิวหินด้วยเลเซอร์ CO2 ราคาอยู่ที่ 890 บาท
  • วิธีนี้เหมาะกับใคร : วิธีนี้เหมาะกับคนไข้ที่มีสิวหินกระจายตัวเป็นวงกว้าง หรือตุ่มสิวมีความแข็งและฝังตัวลึกในชั้นผิวหนังซึ่งต้องการความแม่นยำในการรักษา
  • ข้อดี : แผลจากการรักษาหายไว ลดโอกาสการเกิดรอยดำหรือแผลเป็นได้ดีกว่าวิธีทั่วไป และสามารถกำจัดสิวหินออกได้หมดจดในระยะเวลาอันสั้น

3. การรักษาสิวหินด้วยความเย็น

รักษาสิวหินด้วยวิธีนี้ใช้ความเย็นจากไนโตรเจนเหลวมาจี้สิวหิน เพื่อทำลายเนื้องอก เหมาะสำหรับสิวหินที่ขึ้นในบริเวณผิวบอบบาง เช่น ใต้ตา และต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อาจมีอาการแสบหรือคันเล็กน้อยหลังทำ

4. การรักษาด้วยเครื่องจี้ไฟฟ้า

ใช้เครื่องจี้ไฟฟ้าจี้บริเวณสิวหินเพื่อกำจัดออก ซึ่งวิธีมีประสิทธิภาพในการรักษาสูง ผลข้างเคียงน้อย ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

  • วิธีนี้เหมาะกับใคร : วิธีนี้เหมาะกับคนไข้ที่มีสิวหินขนาดใหญ่หรือมีความแข็งมากเป็นพิเศษ ซึ่งการรักษาด้วยวิธีอื่นอาจจัดการได้ไม่ลึกถึงต้นตอของปัญหา
  • ข้อดี : มีประสิทธิภาพในการกำจัดสิวหินสูงมาก สามารถจัดการเม็ดสิวที่ดื้อต่อการรักษาได้ดี และช่วยลดการกลับมาเป็นซ้ำในจุดเดิม

5. ปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อแนะนำสิวหินรักษายังไง

การปรึกษาแพทย์ผิวหนังเป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยรักษาสิวหินที่ถูกต้องและคำแนะนำในการรักษาสิวหินที่เหมาะสมกับสภาพผิวของคุณ หากคุณกำลังมองหาคลินิกรักษาสิว เพื่อเอาสิวหินออกลลิษาเป็นอีกหนึ่งคลินิกผิวหนังด้วยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการและแพทย์มีประสบการณ์รักษาสิวหิน พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัย

การป้องกันไม่ให้มีสิวหิน

ป้องกันสิวหิน

ป้องกันสิวหิน การดูแลผิวอย่างถูกวิธีและการหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดสิวหินเม็ดใหม่ รวมถึงช่วยประคับประคองไม่ให้สิวหินเดิมที่มีอยู่ลุกลามหรืออักเสบขึ้นมาได้ คลินิกผิวหนัง ลลิษา มีทริคดูแลผิวที่คนไข้สามารถทำตามได้ง่าย ๆ ดังนี้

  • ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างอ่อนโยนและรักษาสุขอนามัย: ปัจจุบันฝุ่นควันในประเทศไทยก็เยอะมากลอยเกาะบนผิวหน้าเต็มไปหมด หมอตาลแนะนำล้างหน้าวันละ 2 ครั้งค่ะ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง (คนไข้หาซื้อได้ตามสะดวกเลย) และควรหลีกเลี่ยงการขัดถูผิวแรง ๆ และไม่สัมผัสใบหน้าบ่อย ๆ เพื่อลดการระคายเคืองที่กระตุ้นการเกิดสิวหินค่ะคนไข้
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมและไม่มีน้ำมัน: ทุกวันนี้มีผลิตภัณฑ์สูตรให้เลือกเยอะมาก แนะนำให้เลือกบำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์สูตร Oil-free หรือ Non-comedogenic ที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน โดยเฉพาะผิวรอบดวงตาที่บอบบางควรเลือกใช้สูตรอ่อนโยนและปราศจากน้ำหอม
  • ปกป้องผิวจากแสงแดดเป็นประจำ: รังสี UV สามารถกระตุ้นให้สิวหินมีสีเข้มขึ้นหรือผิวระคายเคืองได้ง่าย คนไข้จึงควรทาครีมกันแดดที่มี SPF 30 ขึ้นไปทุกวันเพื่อเป็นเกราะป้องกันผิวนะคะ
  • ห้ามบีบหรือกดสิวหินด้วยตัวเอง: จากประสบการณ์หมอคุยกับคนไข้ คนไข้มักคันไม้คันมือ การพยายามบีบสิวหินที่ไม่มีหัวเหมือนสิวทั่วไปจะทำให้เกิดการอักเสบ ติดเชื้อ และทิ้งรอยแผลเป็นหลุมลึกที่รักษายากกว่าเดิม
  • ปรับสมดุลการใช้ชีวิต: ควรพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง พร้อมจัดการความเครียดด้วยการออกกำลังกายหรือทำสมาธิ เพราะความเครียดส่งผลโดยตรงต่อการทำงานที่ผิดปกติของต่อมเหงื่อจนเกิดสิวหินได้ ข้อนี้หมอแนะนำมากค่ะ เริ่มได้ง่ายๆ วันนี้เลย

รักษาสิวหินที่ไหนดี? ทำไมต้องเลือกเรา

การรักษาสิวหินให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยนั้น การเลือกสถานพยาบาลที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้คุณได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีที่ทันสมัย

  1. แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบประวัติและคุณวุฒิของแพทย์
  2. เทคโนโลยีและอุปกรณ์ เลือกคลินิกที่มีอุปกรณ์ที่ทันสมัยและได้รับการรับรอง
  3. ความสะอาดและมาตรฐาน ตรวจสอบความสะอาดของสถานพยาบาล และเลือกคลินิกที่มีมาตรฐาน
  4. รีวิวและความน่าเชื่อถือ ควรอ่านรีวิวจากผู้ที่เคยใช้บริการ ได้รับความไว้วางใจ

คำถามอื่น ๆ ที่พบบ่อย (FAQs)

สิวหิน สิวข้าวสารต่างกันหรือไม่

สิวหิน VS สิวหัวข้าวสาร ต่างกันอย่างไร

สิวหินและสิวข้าวสาร ถึงแม้จะมีลักษณะเป็นตุ่มเล็ก ๆ นูน ๆ เหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วมีความแตกต่างกัน ซึ่งสิวหินเกิดจากเนื้องอกของท่อเหงื่อ ส่วนสิวข้าวสารเกิดจากการอุดตันของท่อเหงื่อ สิวหินจะเกิดบริเวณรอบดวงตาและไม่มีอาการเจ็บคัน ในขณะที่สิวข้าวสารมักจะเกิดบริเวณใต้ตา โหนกแก้ม และจมูก อาจมีอาการคันเล็กน้อย (เจาะลึกสิวข้าวสาร: สิวเม็ดข้าวสาร เกิดจากอะไร พร้อมเผยวิธีรักษา)

สาเหตุของสิวหินส่วนใหญ่มาจากพันธุกรรมและอายุ ในขณะที่สิวข้าวสารมักเกิดจากการระคายเคืองผิวหนังหรือบาดแผล หากไม่แน่ใจว่าเป็นสิวชนิดไหน ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสม

สิวหินหลุดเองได้ไหม?

สิวหินจะไม่หลุดเองตามธรรมชาติ เนื่องจากเป็นเนื้องอกที่เกิดจากต่อมเหงื่อที่ขยายตัว ดังนั้นการรักษาจึงต้องใช้วิธีทางการแพทย์ เช่น เลเซอร์ จี้ไฟฟ้า หรือการผ่าตัด ไม่ควรบีบหรือกดสิวหินเอง เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อและแผลเป็น

สิวหินบีบได้ไหม?

ข้อควรระวังบีบสิวหิน

ไม่ควรบีบสิวหินด้วยตัวเอง การบีบสิวหินเองอาจทำให้เกิดการอักเสบ รอยแผลเป็น หรือการติดเชื้อได้ เนื่องจากสิวหินมีลักษณะเป็นเนื้องอก ไม่ใช่สิวอุดตันที่สามารถบีบออกได้ง่าย ๆ การบีบสิวหินที่ไม่ถูกวิธีอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อผิวหนังโดยรอบ และยิ่งทำให้สิวหินมีขนาดใหญ่ขึ้นหรือเกิดการกระจายตัวได้ อ่านบทความเพิ่มเติม : บีบสิว มีข้อเสียอะไรบ้าง

สิวหินหายเองได้ไหม?

สิวหินสามารถหายเองได้ตามธรรมชาติ แต่ต้องใช้เวลานานมาก บางรายอาจใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปี สิวหินบางชนิดอาจอยู่กับเราไปตลอดชีวิต หากปล่อยทิ้งไว้ สิวหินอาจมีขนาดใหญ่ขึ้นหรือจำนวนมากขึ้นได้

สิวหินกี่วันหาย?

ระยะเวลาในการหายของสิวหินขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาด ชนิด และวิธีการรักษา หากไม่ได้รับการรักษา สิวหินอาจใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปีในการหายเอง แต่หากได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม สิวหินอาจหายได้ภายในไม่กี่สัปดาห์หรือไม่กี่เดือน

รักษาสิวหินด้วยตัวเองได้หรือไม่?

การรักษาสิวหินด้วยตัวเองอาจทำได้ยากและไม่แนะนำ เนื่องจากอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น รอยแผลเป็น หรือการติดเชื้อได้ การกำจัดสิวหินควรทำโดยแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น โดยวิธีการรักษาที่นิยม ได้แก่ เลเซอร์ การจี้ด้วยไฟฟ้า และการผ่าตัดขนาดเล็ก

สรุป

หมอตาลสรุปนะคะ สิวหินเป็นเนื้องอกชนิดหนึ่งที่เกิดจากท่อเหงื่อหรือต่อมเหงื่อ เป็นตุ่มนูนขนาดเล็กบริเวณรอบใต้ตา รอบตาและจมูก แม้จะไม่เป็นอันตรายแต่อาจส่งผลต่อความมั่นใจ การรักษามีหลายวิธี ทั้งการใช้เลเซอร์รักษาสิว, หรือการจี้ไฟฟ้า ที่คลินิกผิวหนังลลิษา มีโปรแกรมรักษาสิวหินโดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางที่มีประสบการณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการรักษาสิวชนิดนี้ และเราให้ความสำคัญกับความสะอาดและความปลอดภัย เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดค่ะ

ปรึกษา/จองคิวของเรา
Tel (ส่วนกลาง/จองคิว) : 096-323-6464
Line: @lalizaclinic (มี @ ข้างหน้า)
Facebook : lalizaclinic

แหล่งอ้างอิงเกี่ยวกับข้อมูลสิวหิน

clevelandclinic. June20, 2022. Syringoma
https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/23321-syringoma

dermnetnz. December, 2024. Syringoma
https://dermnetnz.org/topics/syringoma

บทความโดย

ลลิษาคลินิก : คลินิกรักษาสิว ดูแลโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านผิวหนัง (ตจวิทยา) ที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลปัญหาผิว

ใครที่กำลังเผชิญปัญหาผิวหน้า เป็นสิว ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ สามารถเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้มากประสบการณ์ด้านผิวหนังที่ลลิษาคลินิกได้ ฟรี!! ที่ตั้งคลินิก เซ็นทรัลพระราม 9 ชั้น 9 (ติดบันไดเลื่อน)