ผดกับผื่นต่างกันยังไง? วิธีแยกความต่าง และการรักษารูปปก

ผดกับผื่นต่างกันยังไง? วิธีแยกความต่าง และการรักษารูปปก

อาการคัน ตุ่มแดง หรือตุ่มน้ำใสที่เกิดขึ้นบนผิวหนัง สร้างความสับสนให้กับเราเสมอว่าตุ่มที่กำลังเผชิญอยู่นั้นคือ ผดหรือผื่นกันแน่ ผดกับผื่นต่างกันยังไง? หมอตาลจะพามาดูวิธีรักษาอย่างตรงจุด ลดความเสี่ยงในการอักเสบลุกลาม และช่วยให้ผิวกลับมาแข็งแรงเรียบเนียนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ทำความรู้จัก! ผดกับผื่น

ผดกับผื่น

ก่อนจะไปดูความต่าง เรามาทำความเข้าใจนิยามและลักษณะพื้นฐานของอาการทั้งสองประเภทนี้กันก่อน

ผด

ผด เป็นสภาวะทางผิวหนังที่เกิดจากการอุดตันของท่อระบายเหงื่อใต้ผิวหนัง ทำให้เหงื่อไม่สามารถระเหยออกมาได้ตามปกติ จนเกิดการสะสมและกลายเป็นตุ่มเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นบ่อยในสภาพอากาศร้อนชื้น หรือในสถานการณ์ที่ร่างกายขับเหงื่อออกมาเป็นจำนวนมากแต่ระบายออกไม่ทัน

ผดลักษณะเป็นตุ่มขนาดเล็กมาก (Micro-papules) ขึ้นรวมกันเป็นกลุ่มหรือแผงกระจายตัวตามบริเวณที่มีการเสียดสีหรือบริเวณที่มีเหงื่อออกมาก เช่น หน้าผาก ลำคอ หน้าอก หลัง และข้อพับต่าง ๆ ผดมีหลายประเภท ตั้งแต่แบบตุ่มน้ำใสขนาดเล็กที่แตกง่าย (ผดใส) ไปจนถึงตุ่มแดงที่มีอาการคันยิบ ๆ (ผดแดง) และหากมีการอักเสบลึกขึ้นอาจกลายเป็นตุ่มหนองได้

ผื่น

ผื่น เป็นปฏิกิริยาการอักเสบของผิวหนังที่เกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการแพ้สารเคมี การติดเชื้อ หรือโรคภูมิแพ้ผิวหนัง โดยผื่นเป็นปฏิกิริยาตอบโต้ของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายต่อสิ่งกระตุ้น ซึ่งมีความซับซ้อนและกินระยะเวลานานกว่าผดทั่วไป

ผื่นมีลักษณะทางกายภาพที่หลากหลายกว่าผดมาก โดยอาจปรากฏในรูปแบบของปื้นแดงหนา ผิวลอกเป็นขุย มีตุ่มน้ำใสขนาดใหญ่ หรือมีลักษณะเป็นวงกระจายตัว ผื่นจะมีอาการคันอย่างรุนแรง (Pruritus) และหากเป็นเรื้อรังผิวหนังบริเวณนั้นอาจจะหนาตัวขึ้นและมีสีที่คล้ำขึ้นกว่าผิวรอบข้าง อาการผื่นจะไม่หายไปเพียงแค่การอยู่ในที่เย็นเหมือนผด แต่ต้องอาศัยการหาสาเหตุของการแพ้ร่วมด้วย

สาเหตุเกิดผดกับผื่น เกิดจากอะไร

สาเหตุผดกับผื่น

แม้จะดูคล้ายกันในบางครั้ง แต่ที่มาของอาการทั้งสองนั้นมาจากกลไกที่ต่างกันดังนี้

สาเหตุเกิดผด

  • สภาพอากาศ: อากาศร้อนจัดและความชื้นสูงกระตุ้นให้เหงื่อออกมากเกินไป
  • ท่อเหงื่ออุดตัน: การทาครีมหรือโลชั่นที่มีความมันหนืดเกินไป (Occlusive) ไปเคลือบผิวจนรูขุมขนระบายเหงื่อไม่ได้
  • การสวมใส่เสื้อผ้า: ผ้าเนื้อหนาหรือผ้าใยสังเคราะห์ที่ไม่ระบายอากาศ ทำให้ผิวหนังร้อนจัดและอับชื้น
  • กิจกรรมทางกาย: การออกกำลังกายอย่างหนักที่ทำให้ร่างกายขับเหงื่อต่อเนื่องยาวนาน

สาเหตุเกิดผื่น

  • การสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ (Allergens): เช่น สารเคมีในผงซักฟอก เครื่องสำอาง น้ำหอม หรือนิกเกิล
  • การติดเชื้อ: ไม่ว่าจะเป็นเชื้อรา (เช่น กลาก เกลื้อน), เชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อไวรัส
  • โรคประจำตัว: เช่น โรคภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) หรือโรคสะเก็ดเงิน
  • ปัจจัยภายใน: ความเครียด การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือปฏิกิริยาข้างเคียงจากการทานยาบางชนิด

ผดกับผื่นต่างกันยังไง

หากคนไข้ยังไม่แน่ใจว่าอาการที่เป็นอยู่คืออะไร ให้ลองสังเกตจากข้อเปรียบเทียบ 4 ข้อดังนี้

ข้อเปรียบเทียบ

ผด

ผื่น

ลักษณะตุ่ม

ตุ่มขนาดเล็กจิ๋ว เรียงตัวเป็นกลุ่ม กระจายตัวสม่ำเสมอ

ปื้นแดง, ตุ่มขนาดใหญ่, ผิวลอกเป็นขุย หรือปื้นนูนหนา

อาการร่วม

คันยิบ ๆ แสบ ๆ ร้อน ๆ เหมือนเข็มทิ่มเมื่อเหงื่อออก

คันรุนแรง คันยุบยิบต่อเนื่อง หรือมีอาการบวมร่วมด้วย

บริเวณที่พบ

บริเวณที่เหงื่อออกมาก หรือมีการเสียดสี (คอ, หลัง, ข้อพับ)

เกิดขึ้นได้ทุกที่ เป็นจุดที่สัมผัสสารแพ้ หรือตามกรรมพันธุ์

ระยะเวลา

หายได้เร็ว (1-3 วัน) เมื่ออยู่ในที่เย็นหรือล้างตัว

เป็นเรื้อรัง หรืออยู่นานหลายวัน/สัปดาห์ จนกว่าจะได้รับยา

การรักษาผดกับผื่นต่างกันอย่างไร?

การรักษาผดกับผื่น

การรักษาผดเน้นไปที่การลดอุณหภูมิและเปิดทางระบายเหงื่อเป็นหลัก หากเป็นผด วิธีที่ได้ผลที่สุดคือการย้ายตัวเองไปอยู่ในที่อากาศถ่ายเทสะดวก สวมใส่เสื้อผ้าที่บางเบาระบายอากาศได้ดี เช่น ผ้าคอตตอน และการอาบน้ำชำระล้างคราบเหงื่อไคลออกบ่อย ๆ โดยไม่ต้องใช้สบู่ที่แรงเกินไป อาจใช้คาลาไมน์โลชั่นทาเพื่อลดความคันและช่วยให้ผิวเย็นลง ส่วนใหญ่อาการผดจะหายไปเองภายในเวลาไม่นานเมื่อร่างกายได้รับความเย็นที่เพียงพอ

ส่วนการรักษาผื่นจะมีความซับซ้อนกว่า เพราะต้องยับยั้งการอักเสบและหาสารก่อภูมิแพ้ หากเป็นผื่นแพ้จากการสัมผัส การรักษาหลักคือการใช้ยาทากลุ่มสเตียรอยด์ (Topical Steroids) หรือยาทาแก้แพ้ที่ไม่ใช่สเตียรอยด์เพื่อลดอาการบวมและคัน ร่วมกับการทานยาแก้แพ้ (Antihistamines)

ในกรณีที่มีอาการคันรุนแรง สิ่งสำคัญที่สุดของการรักษาผื่นคือการหยุดสัมผัสสิ่งที่แพ้ และการทามอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเสริมเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ให้แข็งแรงขึ้น หากผื่นเกิดจากการติดเชื้อ (เช่น เชื้อรา) ต้องใช้ยาต้านเชื้อราเฉพาะทางเท่านั้น การทาสเตียรอยด์ในกรณีติดเชื้ออาจทำให้อาการแย่ลงได้ ดังนั้นหากเป็นผื่นที่นานเกิน 1 สัปดาห์ควรพบหมอเพื่อวินิจฉัย

สรุป

ผด คือเรื่องของความร้อนและเหงื่อที่ระบายไม่ออก เป็นตุ่มเล็กและหายได้เร็วเมื่อผิวได้รับความเย็น ในขณะที่ผื่น คือเรื่องของการอักเสบและการแพ้ที่มีลักษณะอาการหลากหลายและต้องใช้ยารักษาที่เจาะจงตามสาเหตุ

การสังเกตตัวเองแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้รักษาผิวได้อย่างถูกต้อง หากมีอาการผิวหมองคล้ำสะสมหลังจากหายจากผดหรือผื่น หรือต้องการปรึกษาปัญหาผิวหนังโดยละเอียด คลินิกผิวหนังลลิษา (Larissa Skin Clinic) พร้อมให้บริการดูแลผิวพรรณด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและทีมหมอแพทย์ผิวหนัง เพื่อให้ผิวของคนไข้กลับมาเรียบเนียน สดใส และแข็งแรงอย่างยั่งยืน

บทความโดย

ลลิษาคลินิก : คลินิกรักษาสิว ดูแลโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านผิวหนัง (ตจวิทยา) ที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลปัญหาผิว

ใครที่กำลังเผชิญปัญหาผิวหน้า เป็นสิว ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ สามารถเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้มากประสบการณ์ด้านผิวหนังที่คลินิกผิวหนัง ลลิษา ได้ ฟรี!! ทุกสาขา