ยารักษาสิว มีแบบไหนบ้าง ใช้แล้วหายขาดจริงไหม

ยารักษาสิว มีแบบไหนบ้าง ใช้แล้วหายขาดจริงไหม

ยารักษาสิวมีหลากหลายชนิด โดยแต่ละชนิดมีส่วนผสมสำคัญที่ช่วยจัดการปัญหาสิวได้แตกต่างกัน การทำความเข้าใจส่วนผสมเหล่านี้จะช่วยให้เลือกใช้ยารักษาสิวได้อย่างเหมาะสมและเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ซึ่งปัญหาสิวเป็นเรื่องกวนใจของหลายคน แม้ว่าจะมีผลิตภัณฑ์ดูแลผิวมากมาย แต่ในบางครั้งก็จำเป็นต้องพึ่งพายารักษาสิว

บทความนี้ หมอตาลจะพาไปเจาะลึกยารักษาสิว พร้อมทั้งแนะนำข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่ควรรู้

ทำความเข้าใจ! สิว

สิว คือภาวะความผิดปกติของรูขุมขนและต่อมไขมันในรูขุมขนที่เกิดการอุดตันของไขมันและเซลล์ผิวที่ตายแล้วภายในรูขุมขนจนทำให้เกิดตุ่มนูนขึ้นบนผิวหนัง บางครั้งอาจทำให้เกิดการติดเชื้อและอักเสบกลายเป็นสิวอักเสบได้ สิวมักเกิดบริเวณที่มีการผลิตน้ำมันมาก เช่น ใบหน้า หน้าอก และหลัง โดยสาเหตุหลักมาจาก 4 อย่าง ได้แก่

  1. การเพิ่มจำนวนของเซลล์ในรูขุมขนมากเกินไป
  2. ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากเกินไป
  3. มีเชื้อแบคทีเรีย P. acne มากเกินไป
  4. การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่ทำให้เกิดการอักเสบ

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม สิว (Acne) สาเหตุ เกิดจากอะไร มีกี่ประเภท มีวิธีรักษาและป้องกันอย่างไร

ประเภทของสิว

สิวแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักคือ สิวอักเสบ (ตุ่มแดงมีหนองหรือสิวหัวหนอง) และสิวไม่อักเสบ (สิวอุดตัน) ซึ่งลักษณะอาการและความรุนแรงจะแตกต่างกันไปตามชนิดของสิว

1. สิวอักเสบ

เป็นสิวที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียข้างในรูขุมขนที่อุดตัน ทำให้เกิดการอักเสบ บวม แดง และบางครั้งมีหนอง ลักษณะสิวอักเสบแบ่งย่อยได้เป็นหลายประเภทตามขนาดและความรุนแรง ได้แก่

  • สิวตุ่มแดง (Papules): ตุ่มนูนแดงขนาดเล็ก ไม่มีหัวหนอง มีอาการบวม แดง และเจ็บเมื่อสัมผัส
  • สิวหัวหนอง (Pustules): ตุ่มแดงที่มีหัวหนองสีขาวหรือเหลืองตรงกลาง เจ็บเล็กน้อยเมื่อสัมผัส
  • สิวหัวช้าง (Nodules): สิวขนาดใหญ่ แข็ง เจ็บ มีการอักเสบลึกใต้ผิวหนัง มักทิ้งรอยแผลเป็นได้ง่าย
  • สิวซีสต์ (Cysts): สิวรุนแรงที่สุด มีขนาดใหญ่และเป็นถุงหนองใต้ผิวหนัง เจ็บมากและมีโอกาสเกิดแผลเป็นถาวร

2. สิวไม่อักเสบ

เป็นสิวที่ไม่มีอาการอักเสบ ไม่มีการติดเชื้อ โดยมักมีสาเหตุการเกิดจากการอุดตันของไขมันและเซลล์ผิวที่ตายแล้วในรูขุมขน แบ่งเป็น 2 แบบ ดังนี้

  • สิวหัวดำ (Blackheads): เป็นสิวเปิดที่มีหัวสีดำเกิดจากการทำปฏิกิริยาของไขมันกับออกซิเจน
  • สิวหัวขาว (Whiteheads): เป็นสิวปิดที่มีหัวสีขาวลักษณะตุ่มเล็กนูนอยู่ใต้ผิวหนัง

ยารักษาสิวแบบกิน

ยารักษาสิวแบบกิน

ยาที่เราใช้รักษาสิวแบบกินมีอยู่ 3 กลุ่มหลัก ๆ ดังนี้

1. ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics)

กลุ่มนี้จะช่วยลดเชื้อแบคทีเรียและลดการอักเสบของสิวได้ดี ตัวอย่างยาก็อย่างเช่น Tetracycline, Doxycycline, Minocycline เป็นต้น ควรทานตอนท้องว่างหรือก่อนอาหาร และงดกินพร้อมนมหรือยาที่มีแคลเซียม เพราะจะทำให้ยาดูดซึมได้ไม่ดี

2. ยาฮอร์โมน (Hormonal therapy)

กลุ่มนี้เหมาะกับสาว ๆ ที่เป็นสิวรุนแรงหรือสิวที่เกี่ยวกับฮอร์โมน อย่างเช่นยาคุมกำเนิดบางชนิดที่ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนเพศหญิง เพื่อลดการเกิดสิวที่มาจากฮอร์โมนเพศ บทความน่ารู้เพิ่มเติม กินยาคุม ช่วยลดสิวได้จริงไหม?

3. ยาในกลุ่มเรตินอยด์ (Oral retinoids)

ยาตัวดังอย่าง Isotretinoin อยู่ในกลุ่มนี้ ใช้สำหรับสิวที่รุนแรงมาก ๆ หรือรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่หาย ยาตัวนี้จะช่วยลดการผลิตน้ำมันในผิวหนังและยับยั้งสาเหตุของการเกิดสิว แต่ต้องอยู่ในการดูแลของหมออย่างใกล้ชิด เพราะยาตัวนี้มีผลข้างเคียงหลายอย่าง ที่สำคัญคือ ห้ามใช้ในผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ โดยเด็ดขาด

ยารักษาสิวแบบทา

ยารักษาสิวแบบทา

ยาทาเองก็มีหลายประเภทที่ช่วยจัดการปัญหาสิว ซึ่งแต่ละตัวก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป ลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

1. ยาแต้มสิวกลุ่มเรตินอยด์ (Topical retinoids)

กลุ่มนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดการอุดตันในรูขุมขน ทำให้สิวอุดตันและสิวอักเสบดีขึ้น ตัวอย่างยาก็เช่น Adapalene และ Tretinoin

ช่วงแรกที่ใช้ผิวอาจจะลอก แสบ หรือแดงได้ง่าย ที่สำคัญคือควรหลีกเลี่ยงแสงแดด และต้องใช้ครีมกันแดดควบคู่ไปด้วยเสมอ

2. ยาปฏิชีวนะแบบทา (Topical antibiotics)

กลุ่มนี้ใช้เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้สิวอักเสบ เช่น Clindamycin และ Erythromycin ส่วนมากหมอจะแนะนำให้ใช้ร่วมกับ Benzoyl peroxide เพื่อช่วยลดโอกาสที่แบคทีเรียจะดื้อยา

3. ยาฆ่าเชื้อและผลัดเซลล์ผิวอื่น ๆ

นอกจาก 2 กลุ่มด้านบนแล้ว ยังมียาแต้มสิวตัวอื่นอีก อย่างเช่น

  • Benzoyl peroxide: มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและช่วยผลัดเซลล์ผิวไปในตัว
  • Azelaic acid: ช่วยต้านแบคทีเรียและยังช่วยลดความมันบนใบหน้าได้ด้วย

ยารักษาสิว ใช้แล้วหายขาดหรือไม่

ยารักษาสิว ใช้แล้วหายจริงไหม

ยารักษาสิวไม่ได้รับประกันว่าจะหายขาดถาวร เพราะการเกิดสิวมีหลายสาเหตุ ทั้งจากภายในร่างกายอย่างฮอร์โมนและความเครียด หรือปัจจัยภายนอกอย่างการดูแลผิวที่ไม่ถูกวิธี ถึงแม้ว่าจะมียาทาและยากินที่ช่วยลดการอักเสบ ลดเชื้อแบคทีเรีย และป้องกันการอุดตันของรูขุมขน ทำให้สิวยุบและดีขึ้นในระยะหนึ่งได้ และสำหรับสิวที่รุนแรงมาก ๆ ยาอย่าง Isotretinoin ก็ช่วยให้สิวดีขึ้นได้มากเช่นกัน

แม้ว่าสิวจะดีขึ้นหรือหายไปแล้ว แต่ก็อาจกลับมาเป็นซ้ำได้อีก หากยังมีปัจจัยกระตุ้นอยู่ เช่น ความเครียด ฮอร์โมน หรือพฤติกรรมบางอย่าง ดังนั้น การจะรักษาสิวให้ได้ผลในระยะยาว ต้องทำควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพผิว และควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ตามคำแนะนำของหมอ

สรุป

การจะรักษาสิวให้ได้ผลดี ไม่ใช่แค่เลือกยาถูกชนิดเท่านั้น แต่ต้องเข้าใจประเภทสิวของตัวเองด้วย ไม่ว่าจะเป็นยาทาหรือยากิน สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องใช้อย่างต่อเนื่องและดูแลผิวให้ถูกวิธีควบคู่กันไป เพราะการรักษาสิวต้องใช้เวลาและความอดทน ต้องหมั่นติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ

หากกำลังหนักใจกับปัญหาสิวที่ไม่หายสักที คลินิกผิวหนัง ลลิษาพร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนการรักษาที่เหมาะกับผิวคนไข้โดยเฉพาะ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย

บทความโดย

ลลิษาคลินิก : คลินิกรักษาสิว ดูแลโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านผิวหนัง (ตจวิทยา) ที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลปัญหาผิว

ใครที่กำลังเผชิญปัญหาผิวหน้า เป็นสิว ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ สามารถเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้มากประสบการณ์ด้านผิวหนังที่ลลิษาคลินิกได้ ฟรี!! ทุกสาขา